หัวพ่นหมอกตัวช่วยกำจัดฝุ่นละอองในอากาศ

หากวันไหนที่มีฝุ่นละอองพวกนี้มากๆ ก็จะรู้สึกแสบตาแสบจมูกไปหมด แต่ถ้าวันไหนที่มีเมฆเคลื่อนผ่านเข้ามา ฝุ่นละอองพวกนี้ก็จะลดลงไปอย่างเห็นได้ชัดทุกครั้ง นี่แสดงว่าความชื้นและละอองน้ำในอากาศ คือตัวช่วยดักจับฝุ่นละอองด้วยมีหัวพ่นหมอกเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี

แต่เมื่อมนุษย์รุกรานธรรมชาติมาก ทั้งทำลายแหล่งความชื้นเช่นตัดป่า เผาป่า เผาไร่ หากจะรอให้กลุ่มความชื้นตามธรรมชาติพัดเข้ามาชะล้างหมอกควันอีกระลอก ก็เห็นทีจะได้ดมฝุ่นควันรอกันก่อนอีกเป็นเดือนๆ มองเครื่องฟอกอากาศที่มีขายทั่วไปก็ตกเครื่องละหลายพัน จนถึงหลายๆหมื่นบาท ซึ่งบางอันก็รู้สึกแพงเว่อร์เกินจำเป็น

วันนี้จึงจะมานำเสนอวิธีสร้างตัวพ่นละอองหมอกน้ำที่มีหัวพ่นหมอก ของ พ่นไอหมอก.com อย่างง่ายไว้ใช้ ทุกคนสามารถทำเองได้ที่บ้าน ด้วยงบประมาณเพียง 40 บาทเพื่อจะได้มีเครื่องมือเอาไว้ใช้ช่วยลดผลกระทบจากหมอกควัน และเพิ่มความชื้นให้กับอากาศในพื้นที่อยู่อาศัยใช้ทรัพยากรธรรมชาติน้อย ประหยัดเงินในกระเป๋า แต่ช่วยลดผลกระทบต่อสุขภาพจากพิษภัยของหมอกควันไฟได้จริง

อุปกรณ์ที่ใช้จะเป็นพวกอุปกรณ์น้ำหยด, ท่อ PE หัวพ่นหมอก ส่วนใหญ่จะหาซื้อได้ตามร้านขายอุปกรณ์การเกษตรที่

จำหน่ายของพวกนี้ถ้าใครอยู่เชียงใหม่ก็ไปที่ตลาดคำเที่ยง ร้านจะอยู่รวมกันเป็นแถบแถวสี่แยกมุมรั้วด้านหลังโลตัสคำเที่ยง

งานศพต้องมีการวางพวงหรีดดอกไม้กันด้วย

หลายๆท่านอาจจะสงสัยอยู่ในใจว่าทำไมเวลาเราไปงานศพต้องมีการวางพวงหรีดดอกไม้กันด้วยขอตอบข้อสงสัยให้หลายๆ คนหายสงสัยกันดังนี้การวางพวงหรีดดอกไม้นั้นมาจากวัฒนธรรมของชาติตะวันตกและประเพณีการวางพวงหรีด เราได้แบบอย่างมาจากฝรั่งต่างชาติแต่ก่อนมีคนรังเกียจพวงหรีดและใช้พวงมาลัยต้นเหตุที่เกิดเป็นประเพณีวางพวงหรีด ที่งานศพกล่าวว่า พวงมาลาเป็นของสูงสำหรับรัดเศียรเทวดาภายหลังเลื่อนมาเป็นพวงหรีดและมงกุฎของฝรั่งเห็นจะเป็นเพราะพวงหรีดไม่อ่อนปวกเปียกเหมือนพวงมาลาใช้สวมได้สะดวกกว่า

ชาวกรีกและชาวโรมันมีประเพณีอยู่ว่าถ้าผู้ใดออกรบแล้วชนะกลับมาประชาชนก็จะมอบพวงหรีดให้เป็นเกียรติยศและได้ใช้ตลอดมาจนถึงปัจจุบัน เมื่อจะให้รางวัลผู้แข่งขันที่ได้รับชัยชนะก็จะสวมพวงหรีดให้เป็นเกียรติยศด้วยเช่นกัน พระเยซูเองเมื่อถูกตรึงบนไม้กางเขนก็สวมมงกุฎหนามและมงกุฎกับพวงหรีดดูแล้วคล้ายคลึงกัน ส่วนผู้ที่ตายก็จะสวมมงกุฎ พวงหรีดให้ซึ่งถือว่าให้เกียรติแก่ผู้ตายเป็นครั้งสุดท้ายเพราะฉะนั้นชาวอินดูจึงสวมพวงมาลัยดอกไม้ให้แก่ผู้ตาย

สำหรับชาวกรีกและโรมันนอกจากจะสวมมงกุฎหรือพวงหรีดดอกไม้ให้ศพยังนำพวงหรีดไปวางไว้บนหลุมศพอีกด้วย ในขณะที่ชาวอิยิปต์ครั้งโบราณก็มีธรรมเนียมการวางพวงมาลัยทำด้วยดอกไม้บนเศียรศพ พิธีของพราหมณ์ก็มีดอกไม้และ พวงหรีดดอกไม้ประดับศพและเอามาบูชาพราหมณ์ด้วยแต่ประเพณีฝรั่งวางพวงหรีดดอกไม้ที่ศพในปัจจุบันไม่ได้ถือเป็นการบูชาหรือให้เกียรติแก่ศพแต่พวงหรีดถือว่าเป็นเครื่องหมายแสดงความโศกเศร้าและอาลัยเท่านั้น

ส่วนพวกฝรั่งคริสเตียนในสมัยแรกมักจะเอาริบบิ้นเป็นที่ระลึกอุทิศให้แก่ผู้ตายและประเพณีนี้ฝรั่งที่อยู่ในชนบทหลายๆแห่งยังคงทำแบบนี้กันอยู่พวงหรีดที่อุทิศมอบให้จะเก็บแขวนเอาไว้ในโบสถ์ จนเก่าคร่ำคร่ามากแล้วถึงจะเอาออกและเอาพวงหรีดอันใหม่มาแขวนไว้แทนที่พวงหรีดแห้งต่อมาก็กลายเป็นการทำพวงหรีดสดที่ญาติมิตรของผู้ตายนำไปวางไว้บน หลุมศพ ถ้าเป็นบ้านเราก็จะวางพวงหรีดไว้หน้าศพหรือบริเวณที่ตั้งศพ http://www.ripheaven.com/